บทที่1
เซตอันดับ
เซตอันดับ(order set )สามารถแบ่งเซตอันดับออกเป็น เซตอันดับบางส่วน เซตอันดับทั้งหมดหรือเซตอันดับเชิงเส้น และเซตอันดับดี ดังนี้
1.1เซตอันดับบางส่วน บทนิยาม 1.1.1 ให้ r เป็นความสัมพันธ์ในเซต A , r เป็นความสัมพันธ์ปฏิสมมาตร(antisymmetric) ใน เซต A ก็ต่อเมื่อ ถ้า
หมายเหตุ จะได้ข้อความที่สมมูลกับบทนิยาม 1.1 คือกำหนดให้ r เป็นความสัมพันธ์ในเซต A r ไม่เป็นความสัมพันธ์ปฏิสมมาตรก็ต่อเมื่อมี
หมายเหตุ จะได้ข้อความที่สมมูลกับบทนิยาม 1.1 คือกำหนดให้ r เป็นความสัมพันธ์ในเซต A r ไม่เป็นความสัมพันธ์ปฏิสมมาตรก็ต่อเมื่อมี
บทนิยาม 1.1.2ให้ r เป็นความสัมพันธ์ในเซต A r เป็นความสัมพันธ์อันดับบางส่วน
(partial order)ในเซต A ก็ต่อเมื่อ r เป็นความสัมพันธ์สะท้อน ปฏิสมมาตรและถ่ายทอด
จากบทนิยาม 1.2 r เป็นความสัมพันธ์อันดับบางส่วนในเซต A ก็ต่อเมื่อ
บทนิยาม 1.1.3 ให้ r เป็นอันดับบางส่วนใน X เรียก X ว่า เซตอันดับบางส่วน (partial order set) โดยความสัมพันธ์ r
1.2 เซตอันดับเชิงเส้น
บทนิยาม 1.2.1 r เป็นความสัมพันธ์อันดับเชิงเส้น (linear order) ในเซต X ก็ต่อเมื่อ r เป็นอันดับ บางส่วนในเซต X และสำหรับ a,b ใดๆใน X จะได้ (a,b) หรือ
บทนิยาม 1.2.2 ให้ r เป็นอันดับเชิงเส้นในเซต X เรียก X ว่าเซตอันดับเชิงเส้น (linearly ordered set) โดยความสัมพันธ์ r
หมายเหตุ (1) อาจเขียน (X,r) เป็นเซตอันดับเชิงเส้น หมายถึง X ว่าเซตอันดับเชิงเส้น โดย ความสัมพันธ์ r หรืออาจเขียน X เป็นเซตอันดับเชิงเส้น หมายถึง X ว่าเซตอันดับเชิงเส้น โดยความสัมพันธ์ใดสัมพันธ์หนึ่งที่เป็นเซตอันดับเชิงเส้นใน X
(2) เซตอันดับเชิงเส้นอาจเรียกว่า เชตอันดับทุกส่วน (totally order set)
บทนิยาม 1.2.3 ให้ เป็นเซตอันดับบางส่วนจะได้ว่า
(1.) a เป็นสมาชิกแรกของ X ก็ต่อเมื่อ ซึ่ง
(2.) b เป็นสมาชิกสุดท้ายของ X ก็ต่อเมื่อ ซึ่ง
1.4 เซตอันดับคล้าย
บทนิยาม 1.4.1 ให้ (A,r) และ (B,s) เป็นอันดับบางส่วนเรียก f ว่าเป็นฟังก์ชันสมสัณฐานจาก A ไป B ก็ต่อเมื่อ
(1)
(2) (x,y) X, y ว่า f มีสมบัติคงสภาพ
บทนิยาม 1.4.2 ให้ (A,r)และ (B,s) เป็นอันดับบางส่ วน (A,r) แ ละ (B,s) เป็นเซตอันดับคล้าย ก็ต่อเมื่อ
มี f เป็นฟังก์ชันสมสัณฐานจาก A ไป B และเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ (A,r) (B,s)
หมายเหตุ (A,r) (B,s)อาจเขียนแทนสัญลักษณ์A Bโดยละ r และ ในเซต A และ B ตามลำดับและ
เขียน (A,r) (B,s) แทน A และ B ไม่เป็นเซตอันดับคล้าย
บทที่ 2
จำนวนเชิงการนับ
จำนวนที่เป็นตัวแทนของเซตที่จะใช้บอกปริมาณสมาชิกเซต โดยอาศัยการจับคู่ กับจำนวนเต็มบวกนี้จะกล่าวถึง จำนวนที่ใช้เรียกเป็นตัวแทนของกลุ่มเซตต่างๆ ทั้งที่เป็นเซตนับได้และเซตนับไม่ได้ โดยกำหนดจำนวนขึ้นมาใหม่ เรียกจำนวนเชิงการนับ (cardinal number) จะกล่าวถึงการบวก การคูณจำนวนเชิงการนับ และศึกษาถึงสมบัติต่างๆของเนื้อหาเหล่านี้
2.1 ทฤษฏีบท เซรอเดอร์-เบริ์นไตน์ (Schroder – Bernstein theorem)
ในการแสดงว่า f : A B โดยที่ A และ B เป็นเซตอนันท์ทำได้ไม่ง่ายนัก เมื่อต้องการแสดงว่า A-B ทฤษฏีบทเวรอเดอร์ – เบริ์นสไตน์ จะช่วยให้แสดงว่า A – B ได้ง่ายขึ้น โดยการแสดงว่ามีฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง จาก A ไป B และมีฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง จาก B ไป A
ทฤษฏีบท 2.1.1 ถ้า X1 Y X และ X X1 แล้ว X Y
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น